save
  • Soniasu said

    28/10/59 10:22

    @ Sonia.. l l Hug
    จัดงานแต่งงานทั้งที ครั้งหนึ่งในชีวิต เสียเงินไปก็หลายแสน หรือบางทีเป็นล้าน และหนึ่งในรายจ่ายก้อนใหญ่ก็คือการจ้างผู้ช่วยจัดงานแต่งงานมืออาชีพ ที่จะช่วยให้เราเบาใจลง ราวกับฝากงานทั้งงาน พร้อมความหวังที่จะเนรมิตทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ให้ คำถามก็คือ ด้วยเงินมากขนาดนั้น เราจะไว้ใจได้อย่างไรว่า ตัวเลือกผู้ช่วยจัดงานแต่งงานที่เราหามานั้น เจ้าไหนคือเจ้าที่ใช่ เจ้าไหนคือเจ้าที่เราสามารถฝากความหวังเอาไว้ได้ เพราะสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจก่อนเลยก็คือ งานแต่งงานไม่ได้มีแค่การเลือกแพคเกจแต่งงาน เลือกโรงแรมจัดงานแต่งงาน แล้วทุกอย่างจบนะคะ วันนี้ เราจึงมีเคล็ดลับง่าย ๆ มาฝากกันค่ะ ว่าหากผู้ช่วยจัดงานแต่งงานที่ดีมาคุยงานกับเรานั้น คำถามอะไรที่พวกเขาควรจะถามเราบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

    1. คุณมีงบประมาณเท่าไร วางแผนว่าจะเชิญกี่คน และสถานที่จัดงานแต่งงานในฝันเป็นอย่างไร?


    แน่นอนค่ะว่าสำหรับข้อแรก อาจจะเป็นการรวมกันถึง 3 ข้อด้วยกัน แต่คำถามนี้คือคำถามสำคัญที่ผู้ช่วยจัดงานแต่งงานต้องถามเป็นสิ่งแรก ๆ เพราะคำตอบของคุณต่อคำถามนี้ จะทำให้ผู้ช่วยจัดงานแต่งงานสามารถวิเคราะห์ความคาดหวังของคุณได้ว่า มันวางอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง และความเป็นไปได้หรือไม่ หรือเป็นตัวช่วยให้เขาสามารถแนะนำแพคเกจงานแต่งงาน หรือโรงแรมจัดงานแต่งงานให้กับคุณได้ถูกยังไงล่ะคะ เพราะบางครั้ง ผู้เชี่ยวชาญจัดงานแต่งงานหลายคน พบกับปัญหาที่ว่า อยากได้งานที่ยิ่งใหญ่มาก เชิญคนเยอะมาก แต่งบประมาณที่มีกลับน้อยเกินไป เป็นต้น

    คำแนะนำเบื้องต้น

    อย่าหาผู้ช่วยจัดงานแต่งงานที่เห็นด้วยไปกับคุณทุกอย่าง ไม่เช่นนั้น จะเรียกว่าผู้เชี่ยวชาญทำไม หาคนที่วางแผนบนความเป็นไปได้ กล้าทักท้วงคุณแต่ต้องว่ากันไปตามเหตุผล มิฉะนั้น สุดท้ายคุณอาจจะต้องมาเปลี่ยนแผนกลางคันได้ เพราะคุณปักใจอยากใช้เจ้านี้ไปแล้ว หรือสายเกินกว่าจะเปลี่ยนเจ้านั่นเองค่ะ

    2. มี Vendor หรือผู้ให้บริการในใจหรือไม่ อาทิ ช่างแต่งหน้า วงดนตรี?

    หากคุณมีช่างแต่งหน้าที่ชื่นชอบมาก ๆ อยู่ในใจอยากจะให้มาเนรมิตความงามบนใบหน้าให้คุณสักครั้ง หรือคุณมีวงดนตรีที่ชื่นชอบ ที่อยากได้มาสร้างบรรยากาศให้หวานอบอวลไปทั้งงาน นี่แหละคือเวลาที่คุณต้องบอกความต้องการของคุณออกมา ซึ่งสิ่งที่คุณต้องคอยจับตาดูคือท่าทีของผู้ช่วยจัดงานแต่งงานที่คุณหามานะคะ ถ้าผู้ช่วยจัดงานแต่งที่คุณลองสอบถามนั้น ไม่สนใจความต้องการของคุณเท่าไรนัก แต่กลับพยายามตะล่อม ยัดเยียดให้คุณเลือก Vendor หรือผู้ให้บริการที่ผู้ช่วยจัดงานแต่งงานรู้จักเพียงอย่างเดียว ก็เริ่มส่อสัญญาณแล้วล่ะค่ะว่า เจ้านี้พยายามที่จะขายบริการให้คุณมากเกินไป และมากกว่าที่จะตอบโจทย์ความต้องการของคุณ

    3. คุณต้องการให้ผู้ช่วยจัดงานแต่งงานเข้ามาจัดการมากน้อยแค่ไหน?

    ข้อนี้ก็สำคัญไม่แพ้ข้ออื่นนะคะ เพราะมันจะเป็นตัวกำหนดในเรื่องของราคาค่าบริการที่เราจ่ายให้กับผู้ช่วยจัดงานแต่ง โดยจะมีประเภทที่เราให้เขาจัดการทั้งหมด เราแทบไม่ต้องเจอกันเลย จนกระทั่งใกล้ ๆ วันงาน เพราะเราไว้ใจและให้เขาจัดการทั้งหมด แต่ก็มีอีกประเภทที่เราอยากเข้าไปมีส่วนร่วมวางแผนด้วย ซึ่งส่วนมากจะเป็นส่วนของเจ้าสาว ที่อยากมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ นั่นเองค่ะ เพราะฉะนั้น การที่ผู้ช่วยจัดงานแต่ง ถามคำถามนี้กับเรา ก็ถือว่าเป็นคนที่ใส่ใจในบทบาทและหน้าที่พอสมควรค่ะ

    4. เคยไปงานแต่งงานแบบไหนมาบ้าง แบบไหนชอบมาก แบบไหนไม่ชอบเลย?

    ผู้ที่เชี่ยวชาญการจัดงานแต่งจริง ๆ จะใช้คำถามนี้ในการสอบถามว่า เรื่องอะไรเกี่ยวกับงานแต่งที่คู่รักเห็นว่ามีความสำคัญ เรียงตามลำดับกันไปค่ะ เพราะบางครั้ง คู่แต่งงานก็ไม่รู้ว่าตัวเอง มองว่าส่วนไหนของงานแต่งเป็นเรื่องสำคัญกับพวกเขาเป็นพิเศษ ซึ่งผู้จัดงานแต่งงานที่ดีต้องถามเจาะจงลงไปจนถึงได้คำตอบนั่นเองค่ะ อาทิ คู่แต่งงานคู่หนึ่งพูดถึงเรื่องอาหารเป็นอย่างแรก ว่าไปงานนี้มาแล้วรู้สึกไม่ชอบอาหารเอามาก ๆ เลย และพูดถึงแต่เรื่องของอาหาร ก็พอคาดเดาได้ว่า คู่นี้เห็นความสำคัญของอาหารและการจัดเลี้ยงมากเป็นพิเศษ หรือบางคู่ เอาแต่พูดประสบการณ์ไปงานแต่งที่เกี่ยวกับดอกไม้ และการใช้ดอกไม้ในการตกแต่ง การจัดซุ้ม การจัดมุมถ่ายรูปด้วยกำแพงดอกไม้ ก็พอเดาได้ว่า คู่นี้เห็นความสำคัญของดอกไม้มาเป็นอันดับแรก ๆ เป็นต้น เพราะฉะนั้น หากถามคำถามนี้ และได้คำตอบอะไรมา คราวนี้ ผู้ช่วยจัดงานแต่งก็พอจะรู้แล้วล่ะค่ะ ว่าจะเรียงลำดับความสำคัญของสิ่งต่าง ๆ ในงานอย่างไรดี

    5. มีอะไรที่ต้องการเป็นพิเศษหรือไม่? หรืออะไรที่ห้ามมี ห้ามทำเด็ดขาด ไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตามหรือไม่

    ข้อนี้หากผู้ช่วยจัดงานแต่งงานคนไหนได้อ่าน ก็น่าสนใจนะคะ บางครั้ง แม้ว่าแพคเกจงานแต่งงานของบริษัทคุณ หรือโรงแรมจัดงานแต่งงานจะมีแพคเกจแต่งงานที่น่าสนใจ และคิดมาให้เรียบร้อยแค่ไหน บางครั้ง คู่รักบางคู่ก็มีสิ่งที่พวกเขาอยากได้อยู่ในใจ ที่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถเอาออกได้ อาทิ บางคู่ต้องมีการจัดพิธีกลางแจ้งเท่านั้น บางคู่ต้องการมุมถ่ายรูปหลายมุม อยู่ในสถานที่เดียวกัน หรืออะไรก็ตามแต่ ซึ่งหากผู้ช่วยจัดงานแต่งไม่สามารถรังสรรค์ให้ได้ ก็อาจจะทำให้คู่แต่งงานต้องผิดหวังได้นะคะ ซึ่งมันจึงเป็นเรื่องที่ดีที่จะต้องมีการสอบถามกันก่อนว่า “สิ่งนั้น” ที่คู่แต่งงานต้องการ และตัดออกไม่ได้ คืออะไร และผู้ช่วยจัดงานแต่งที่ดีจึงต้องประเมินว่าทำได้หรือไม่ หากทำไม่ได้เพราะอะไร และคู่แต่งงานจะได้เปลี่ยนเจ้าได้ทัน จะได้ไม่เสียความรู้สึกกันทั้งสองฝ่ายนั่นเองค่ะ

    สุดท้ายนี้ หากคุณคือคู่รักที่กำลังมองหาผู้ช่วยจัดงานแต่งงานที่ดี และมีคุณภาพ พร้อมแพคเกจแต่งงาน ที่คุณเองสามารถปรับเปลี่ยนให้ตรงตามความต้องการของคุณ กับโรงแรมจัดงานแต่งงานที่มีระดับ ลองแวะเข้ามาดูที่โรงแรมคราวน์ พลาซ่า กรุงเทพฯ ลุมพินี พาร์คสิคะ เรามีโปรโมชั่นพิเศษเอาไว้ให้คุณและคู่รักมากมาย พร้อมการบริการที่เป็นมิตร บางทีคุณอาจจะเจอคำตอบที่คุณกำลังหาอยู่ก็เป็นได้ค่ะ

    ถูกใจ :

    ให้กำลังใจ : 0 คน

ความคิดเห็น

เฉพาะสมาชิกที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่จะโพสต์ได้.